งานสารบรรณ

แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
โดย Ampika Kaew ใน เตรียมสอบนักจัดการฯ ปฏิบัติการ · แก้ไขเอกสาร
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
คำว่า “งานสารบรรณ” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
ก.งานรับ-ส่งและเก็บรักษาหนังสือ
ข.งานร่าง-เขียนและพิมพ์หนังสือ
ค.งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร*
ง.งานที่เกี่ยวกับงานทะเบียนเอกสาร
2.ระเบียบงานสารบรรณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มใช้บังคับตั้งแต่เมื่อใด
ก.1 มิถุนายน 2516           ข.1 มิถุนายน 2526*
ค.1 ตุลาคม 2526             ง.1 ธันวาคม 2527
3.หนังสือราชการคืออะไร
ก.เอกสารทุกชนิดที่พิมพ์ถูกต้องตามกฎหมาย
ข.เอกสารที่เป็นหลักฐานในทางราชการ*
ค.เอกสารที่มีไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในราชการ
ง.เอกสารที่ทางราชการเป็นเจ้าของ
4.งานสารบรรณมีประโยชน์ต่อราชการอย่างไร
ก.ทำให้งานสะดวก รวดเร็ว      ข.ประหยัดแรงงานและเวลา
ค.ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูง       ง.ถูกทุกข้อ *
5.ลักษณะในข้อใดที่เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานสารบรรณ
ก.มีความรู้ภาษาไทย
ข.มีความสุขุม ละเอียด รอบคอบ
ค.ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และค. ประกอบกัน *
6.หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก จัดเป็นหนังสือประเภทใด
ก.หนังสือภายนอก*                          ข.หนังสือภายใน
ค.หนังสือประทับตรา                       ง.หนังสือประชาสัมพันธ์

7.ข้อใดต่อไปนี้อาจไม่มีในหนังสือราชการ
ก. เรื่อง                                   ข.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
ค.คำขึ้นต้นและคำลงท้าย         ง.อ้างถึงและสิ่งที่ส่งมาด้วย*
8.หนังสือภายในเป็นหนังสืออย่างไร
ก.ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน
ข.ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
ค.ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
ง.ถูกทั้งข้อ ก.  ข.  และ ค. *

9.หนังสือภายนอกกับหนังสือภายในต่างกันในข้อใด
ก.แบบฟอร์ม*                                   ข.การเก็บหนังสือ
ค.ผู้ส่งและผู้รับ                                 ง.การลงทะเบียนรับ-ส่ง
10.หนังสือทีใช้ประทับตราใช้ในกรณีใดบ้าง
ก.ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม          ข.การเตือนเรื่องที่ค้าง
ค.ส่งสิ่งของ เอกสาร สำเนา               ง.ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.*
11.ข้อใดเป็นลักษณะของหนังสือภายใน
ก.หนังสือที่ส่งไปโดยไม่บรรจุซอง
ข.หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการต่างกระทรวง
ค.หนังสือติดต่อระหว่างบุคคลภายนอกด้วยกัน
ง.ไม่มีข้อถูก *
12.หนังสือประทับตราใช้กระดาษชนิดใด
ก.ใช้กระดาษตราครุฑ*                     ข.ใช้กระดาษบันทึก
ค.ใช้ประดาษอัดสำเนา                      ง.ไม่มีข้อกำหนดแน่นอน
13.แถลงการณ์ เป็นหนังสือประเภทใด
ก.ประทับตรา                                      ข.สั่งการ
ค.ประชาสัมพันธ์ *                                ง.เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น
จงพิจารณาตัวเลือกต่อไป แล้วใช้ตอบคำถามตั้งแต่ ข้อ 14 ถึง 17
ก.แถลงการณ์                        ข.ข้อบังคับ
ค.คำสั่ง                                   ง.ไม่ใช่ทั้ง ก.  ข.  และค.
14.บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมาย* ข

15.บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความเข้าใจในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ์ หรือกรณีใดๆ ให้ทราบชัดเจน* ก

16.บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย* ค
17.บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงให้ทราบทั่วกัน* ง
18.หนังสือราชการที่มีคำว่า “ด่วนมาก” ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ปฏิบัติตามกำหนดเวลา    ข.ปฏิบัติโดยเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
ค.ปฏิบัติโดยเร็ว*                 ง.ปฏิบัติทันที

19.วันเดือน ปี ที่ออกหนังสือในหนังสือประทับตรา ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหนในหนังสือ
ก.ใต้รูปครุฑ
ข.ได้ชื่อส่วนราชการที่ส่งหนังสือออก  *
ค.ไม่มีการลงวัน เดือนปี ในหนังสือชนิดนี้
ง .ผิดทุกข้อ
20.หนังสือประทับตราจะมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะส่งออกได้ จะต้อง…
ก.ประทับตราให้ถูกที่สุด                    ข.ระบุตัวผู้รับให้ชัดเจน
ค.มีคำว่าหนังสือประทับตรา
ง.มีผู้ลงชื่อกำกับตราที่ประทับตามระเบียบ*
21.รายงานการประชุมจัดอยู่ในหนังสือราชการชนิดใด
ก.หนังสือภายใน                              ข.หนังสือสั่งการ
ค.หนังสือประชาสัมพันธ์
ง.หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ*
22.หนังสือประทับตรา ผู้ใดมีอำนาจในการลงชื่อกำกับ
ก.เจ้าหน้าที่ระดับ 2 ขึ้นไป                 ข.หัวหน้าแผนก
ค.หัวหน้าฝ่าย
ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย*
23.หนังสือราชการที่มีคำว่า “ด่วน”ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ปฏิบัติเร็วที่สุด                                   ข.ปฏิบัติโดยเร็ว
ค.ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้  *
ง.ปฏิบัติเร็วตามกำหนดเวลา
24.ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการที่จัดทำขึ้นจะต้องทำ……..อย่างน้อย 1 ฉบับ
ก.สำเนาต้นฉบับ                               ข.สำเนาคู่ฉบับ*
ค.สำเนาซ้ำฉบับ                                ง.ไม่ใช่ทั้ง ก. ข. และ ค.
25.หนังสือต่อไปนี้ มีหนังสือประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป
ก.หนังสือที่เกี่ยวกับความลับ
ข.หนังสือที่มีหลักฐานการโต้ตอบ
ค.หนังสือที่เกี่ยวกับสถิติ หลักฐาน*
ง.หนังสือสำนวนการสอบสวน

26.การเซ็นชื่อรับรองสำเนาหนังสือ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับใดขึ้นไปเป็นผู้ลงนามรับรองที่ชอบด้วยระเบียบงานสารบรรณ
ก.ระดับ 2*                                                     ข.ระดับ 3
ค.ระดับ 4                                                       ง.ระดับ 5
27.การพิมพ์ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องที่ออกหนังสือให้พิมพ์ไว้ส่วนใดของหนังสือราชการ
ก.ริมกระดาษด้านบนขวา                  ข.ริมกระดาษด้านบนซ้าย
ค.ริมกระดาษด้านล่างซ้าย*
ง.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด
28.หนังสือราชการที่เป็นต้นฉบับ (ตัวจริง) จะมีรูปครุฑไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ
ก.ด้านบนขวา                                  ข.ด้านล่างซ้าย
ค.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด*
ง.ตรงส่วนใดก็ได้ขอให้เห็นเด่นชัด
29.การพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่องนั้น ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหน
ก.มุมกระดาษด้านล่างขวา
ข.กลางหน้ากระดาษด้านบนขวา
ค.ใต้ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง *        ง.ตรงไหนก็ได้
30.ตั้งแต่ข้อ 30 ถึง 33 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่าหน้าซองหนังสือราชการ ให้พิจารณาว่าข้อความที่กล่าวในแต่ละข้อนั้น หากจะเขียนหรือพิมพ์ลงบนหน้าซองจะต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงส่วนใดของซอง โดยยึดคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
ก.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านบนซ้าย
ข.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางด้านบน
ค.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านล่างซ้าย
ง.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางซอง
30.เลขที่หนังสือออก* ก
31.คำขึ้นต้น ชื่อผู้รับ* ง
32.ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง* ค
33.ด่วนมาก* ข
34.การเก็บหนังสือราชการปกติจะต้องเก็บรักษาไว้กี่ปี
ก.5 ปี                                          ข.10 ปี                *
ค.15 ปี                                        ง.20 ปี
35.ข้อความที่บันทึกในรายงานการประชุมมักเริ่มต้นด้วยอะไร
ก.ประธานกล่าวเปิดประชุม*
ข.บอกเรื่องที่จะประชุม
ค.การรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน
ง.การอ่านรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
36.ข้อความสุดท้ายของรายงานการประชุมควรจะเป็นอะไร
ก.เวลาเลิกประชุม
ข.ผู้จดรายงานการประชุม*
ค.ผู้ตรวจรายงานการประชุม
ง.วัน เดือน ปี และสถานที่ประชุม
37.หนังสือราชการที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติด แบ่งเป็นกี่ประเภท
ก.4                                              ข.3*
ค.2                                              ง.ประเภทเดียว

38.การเขียนหรือพิมพ์ (หรือประทับตรา) คำว่าด่วน หรือด่วนมาก จะต้องเขียนหรือพิมพ์ (หรือประทับตรา) ไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ
ก.ท้ายหนังสือ                            ข.ให้เห็นได้ชัด*
ค.บนหัวหนังสือ                         ง.ตรงไหนก็ได้
39.การร่างหนังสือราชการต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง เรื่องใดต่อไปนี้จำเป็นน้อยมาก
ก.แบบฟอร์ม*                        ข.ใจความ
ค.วรรคตอน                           ง.ตัวสะกดการันต์
40.ข้อใดอาจช่วยให้หนังสือราชการมีใจความแจ่มชัด
ก.การใช้ภาษาที่ง่าย สั้น แต่ได้ใจความดี
ข.การแยกแยะใจความออกเป็นข้อๆ หรือตอนๆ
ค.การเท้าความถึงเรื่องที่เคยติดต่อกันมา
ง.ถูกทั้ง ก.  ข.  และ ค.*
41.ข้อใดใน 4 ข้อต่อไปนี้ ให้ปฏิบัติเป็นรายการสุดท้ายในการรับหนังสือ
ก.ลงทะเบียนรับหนังสือ                    ข.ประทับตรารับหนังสือ
ค.เปิดผนึกซองและตรวจเอกสาร       ง.ส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ*
42.การร่างหนังสือคืออะไร
ก.การพิมพ์หรือเขียนอย่างย่อๆ
ข.การกำหนดโครงร่างหนังสืออย่างคร่าวๆ
ค.การเขียนหนังสือด้วยลายมือของตนเอง
ง.การเรียบเรียงชั้นต้นตามเรื่องที่ต้องการติดต่อ*
43.เหตุใดจึงต้องให้มีการร่างหนังสือก่อนพิมพ์
ก.ต้องการให้เจ้าของเรื่องได้เห็นต้นร่างก่อน
ข.ต้องการดูว่าใจความจะยาวหรือสั้นเพียงใด
ค.ต้องการให้ผู้ร่างหนังสือมีงานทำและร่างหนังสือด้วยความระมัดระวัง
ง.ต้องการให้มีการตรวจแก้ให้เหมาะสมตามระเบียบแบบแผนก่อน*
44.การเสนอหนังสือคืออะไร
ก.การนำหนังสือไปส่งให้ผู้รับ
ข.การส่งหนังสือออกจากส่วนราชการ
ค.การสรุปใจความสำคัญในหนังสือเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ง.การนำหนังสือที่ดำเนินการชั้นเจ้าหน้าที่แล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชา*

45.การเสนอหนังสือที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ต้องเสนอเรื่องที่ไม่มีปัญหาก่อนเสมอ
ข.ต้องเสนอเรื่องสำคัญก่อนเรื่องอื่นๆ
ค.ต้องแยกเรื่องเสนอเป็นประเภทๆ ไป*
ง.ต้องเรียงลำดับเรื่องเสนอก่อน-หลัง ตามวัน เดือน ปี ที่ได้รับ
46.ภาพข้างล่างนี้คืออะไร
(ชื่อส่วนราชการ)
เลขรับ……………………………..
วันที่……………………………….
เวลา……………………………….
ก.ใบรับหนังสือ                                ข.ทะเบียนหนังสือรับ
ค.ตราประทับสำหรับลงรับหนังสือ*   ง.ตราประทับสำหรับส่งหนังสือ
47.ข้อใดไม่มีกำหนดไว้ในทะเบียนงานสารบรรณ
ก.ทะเบียนรับ                                    ข.ทะเบียนจ่าย*
ค.ทะเบียนส่ง                                     ง.ทะเบียนเก็บ
48.ตามที่ได้มีช่อง “การปฏิบัติ” ไว้ในทะเบียนรับ-ส่ง หนังสือนั้น เพื่อประโยชน์อะไร
ก.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นใครเป็นผู้ส่งมา
ข.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นจะต้องส่งไปที่ไหน
ค.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นควรจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ง.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นได้มีการปฏิบัติการไปแล้วเพียงใด*

49.ซองหนังสือราชการมีกี่ขนาด
ก.2                          ข.3                          ค.4*                        ง.5
50.การเก็บหนังสือแบ่งออกเป็น 3 อย่าง ข้อใดไม่ใช่วิธีการเก็บหนังสือ 1 ใน 3 อย่างดังกล่าว
ก.การเก็บก่อนปฏิบัติ*
ข.การเก็บระหว่างปฏิบัติ
ค.การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
ง.การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
51.การเก็บหนังสือมีประโยชน์ต่อข้อใดมากที่สุด
ก.การค้นหา*                                ข.การตรวจสอบ
ค.การทำความสะอาดที่เก็บ                         ง.ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
52.ใบรับหนังสือมีประโยชน์อย่างไร
ก.แสดงว่าหนังสือนั้นไม่สูญหาย
ข.แสดงว่าผู้รับได้รับหนังสือแล้ว
ค.เป็นหลักฐานว่าผู้ส่งได้ส่งหนังสือแล้ว
ง.เป็นหลักฐานว่าได้ส่งหนังสือและมีผู้รับหนังสือนั้นไปแล้ว*
53.หนังสือราชการประเภทใดอาจไม่ต้องทำสำเนาคู่ฉบับไว้ก็ได้
ก.หนังสือภายนอก                            ข.หนังสือภายใน
ค.หนังสือสั่งการ                                ง.หนังสือประทับตรา*
54.ในสำเนาคู่ฉบับควรมีลายมือชื่อบุคคลต่อไปนี้ ยกเว้นผู้ใดที่ไม่จำเป็นต้องมี
ก.ผู้ร่าง                                                   ข.ผู้พิมพ์
ค.ผู้สั่งพิมพ์*                                           ง.ผู้ตรวจ-ทาน
55.ข้อใดเรียงลำดับส่วนราชการจากใหญ่ไปหาเล็ก ได้ถูกต้อง
ก.กอง  แผนก  กรม  กระทรวง
ข.แผนก  กรม  กอง  กระทรวง
ค.กระทรวง  กอง  กรม  แผนก
ง.กระทรวง  กรม  กอง  แผนก*
56.การประทับตรารับหนังสือควรประทับตามที่ส่วนใดของหนังสือจึงจะถูกต้อง
ก.ที่มุมบนขวา*                                  ข.ที่มุมบนซ้าย
ค.ที่มุมล่างซ้าย                                   ง.ที่มุมล่างขวา
57.ข้อใดเรียงลำดับการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับหนังสือได้ถูกต้อง
ก.ลงทะเบียนรับ ประทับตรารับหนังสือ เปิดผนึกซองตรวจ
ข.ประทับตรารับหนังสือ ลงทะเบียนรับ เปิดผนึกซองตรวจ
ค.เปิดผนึก-ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ และตรวจ
ง.เปิดผนึก ตรวจ ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ*
58.การเปิดซองหนังสือราชการ ถ้ามีซองอีกชั้นหนึ่งอยู่ข้างใน แสดงว่าหนังสือนั้นต้องเป็นหนังสือประเภทใด
ก.หนังสือภายใน                               ข.หนังสือภายนอก
ค.หนังสือราชการด่วน                       ง.หนังสือราชการลับ*
59.หนังสือประทับตราต่างกับหนังสือภายนอกและหนังสือภายในในแง่ใด
ก.คำขึ้นต้น                                      ข.คำลงท้าย
ค.การลงชื่อ                                      ง.ทั้ง ก.  ข.  และ  ค.*

60.ตราที่ใช้ประทับในหนังสือประทับตราตามระเบียบงานสารบรรณกำหนดให้ใช้หมึกสีอะไร
ก.แดง*                    ข.ดำ               ค.น้ำเงิน                ง.เขียว
61.”ประกาศ ณ วันที่………” ใช้กับหนังสือสั่งการชนิดใด
ก.คำสั่ง                                                   ข.ระเบียบ
ค.ข้อบังคับ                                             ง.ถูกทั้ง ข.และ ค.*
62.บรรทัดสุดท้ายของหนังสือสั่งการทุกประเภทจะต้องเป็นข้อความที่ระบุอะไร
ก.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
ข.ชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือ
ค.ตำแหน่งของผู้มีอำนาจออกหนังสือ*
ง.ลายมือชื่อผู้มีอำนาจออกหนังสือ
63.ข้าราชการที่มีตำแหน่งยศทหารหรือตำรวจ ต้องพิมพ์ยศลงหน้าชื่อในวงเล็กใต้ลายเซ็นหรือไม่
ก.ไม่ต้องพิมพ์ยศ                             ข.พิมพ์ยศลงไปด้วย*
ค.พิมพ์หรือไม่พิมพ์ก็ได้                    ง.ไม่มีคำตอบถูก
64.การเขียนหนังสือราชการถึงพระภิกษุ-สามเณร ทั่วไป ใช้คำขึ้นต้นอย่างไร
ก.เรียน                                                    ข.กราบเรียน
ค.ถึง                                                        ง.นมัสการ*
65.ถ้าอธิบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ผู้ทำงานแทนเมื่อลงนามในหนังสือจะต้องใช้คำว่าอย่างไร
ก.ใช้ตำแหน่งของผู้ทำงานแทน            ข.ทำงานแทน
ค.รักษาราชการแทน *                        ง.ปฏิบัติราชการแทน
66.โทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุใช้ในกรณีใด
ก.เรื่องเร่งด่วน                         ข.เรื่องเกี่ยวกับความลับราชการ
ค.เรื่องเกี่ยวกับการเงิน             ง.เรื่องที่สั่งด้วยหนังสือไม่ทัน*

67.ทำไมจึงต้องมีระเบียบงานสารบรรณ
ก.เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีระเบียบเป็นหลักปฏิบัติ*
ข.เพื่อความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการควบคุมงาน
ค.เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนรู้เรื่องระเบียบงานสารบรรณ
ง.เพื่อให้ข้าราชการร่างและรับส่งหนังสือราชการได้ถูกต้อง
68.พระเจ้าแผ่นดินแต่งตัว ใช้ราชาศัพท์ว่าอย่างไร
ก.ทรงเครื่อง*                                    ข.แต่งพระองค์
ค.ทรงเครื่องใหญ่                              ง.ทรงพระสุคนธ์
69.พระภิกษุ สามเณร ป่วยใช้คำว่าอย่างไร
ก.ไม่สบาย                                                     ข.ประชวร
ค.อาพาธ*                                                      ง.ทรงพระประชวร
70.ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ตรงกับคำสามัญว่าอย่างไร
ก.เดินทาง                                                       ข.ฟังเทศน์
ค.ทำบุญ*                                                       ง.ไปวัด
71.พระฉาย ตรงกับคำสามัญว่าอย่างไร
ก. พระรูป                                                       ข.กระจกส่อง*
ค.หวี                                                               ง.ช้อนส้อม
72.นายกรัฐมนตรี ตาย คำที่ขีดเส้นใต้คำใดจึงจะถูกต้องตามราชาศัพท์
ก.ถึงแก่กรรม                                     ข.มรณกรรม
ค.อสัญกรรม *                                   ง.พิราลัย
73.อายุการเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี
ก.5 ปี                                      ข.10 ปี*
ค.15 ปี                                    ง.ไม่มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้
74.หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลักต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 15 ปี
ข.นำไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ
ค.ให้ปฏิบัติตามระเบียบสารบรรณโดยเคร่งครัด
ง.ให้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ*
75.การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือราชการไปดู หรือคัดลอก ต้องได้รับอนุญาตจากใครก่อน
ก.เจ้าหน้าที่เก็บ            ข.ประจำแผนก
ค.หัวหน้าแผนก            ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย*

76.หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้เก็บไม่น้อยกว่ากี่ปี
ก.1 ปี*                                    ข.1 ปี 6 เดือน
ค.2 ปี                                      ง.3 ปี
77.ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ยืมหนังสือราชการระหว่างส่วนราชการจะต้องเป็นผู้อยู่ในตำแหน่งระดับใดขึ้นไป
ก.หัวหน้าแผน                        ข.หัวหน้าฝ่าย
ค.หัวหน้ากอง*                       ง.รองอธิบดี
78.ถ้าปรากฏว่าหนังสือราชการที่เก็บไปสูญหายไป จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ติดต่อเจ้าของเรื่องเดิมเพื่อหาสำเนามาแทน*
ข.เรียกตัวผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องที่หายมาสอบถาม
ค.ปล่อยไปเลยแต่ให้หมายเหตุว่าเรื่องหาย
ง.ผิดทั้ง ก. ข.  และ ค.
79.การตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือให้ตั้งอย่างน้อยกี่คน
ก.2 คน                    ข.3 คน*             ค.4 คน         ง.5 คน
80.ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการในตำแหน่งใด
ก.อธิบดี
ข.ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งเทียบเท่าอธิบดี
ค.ปลัดกระทรวง
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.  แล้วแต่กรณี*
81.คณะกรรมการทำลายหนังสือจะต้องแต่งตั้งจากข้าราชการระดับใดขึ้นไป
ก.ระดับ 2                                                       ข.ระดับ 3*
ค.ระดับ 4                                                       ง.ระดับใดก็ได้
82.ผู้มีอำนาจอนุมัติการทำลายหนังสือราชการในส่วนภูมิภาคได้แก่ผู้ใด
ก.ปลัดจังหวัด                                    ข.อธิบดี
ค.รองผู้ว่าราชการจังหวัด                   ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด*
83.ตราครุฑที่ใช้สำหรับเป็นแบบพิมพ์ในระเบียบงานสารบรรณขนาดใหญ่มีความสูงเท่าไร
ก.2.5 ซม.                                                        ข.3.0 ซม.*
ค.3.5 ซม.                                                        ง.4.0 ซม.

84.ขนาดตราครุฑที่ใช้ประทับแทนการลงชื่อต้องเป็นวงกลม 2 วงซ้อนกัน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวงนอกและวงในเท่าไร
ก. 3.5  ซม.  และ 2.5 ซม.                  ข. 4.0 ซม. และ 3.0 ซม.
ค. 4.5 ซม.และ 3.5 ซม. *                  ง.ขนาดพอเหมาะเท่าไรก็ได้
85.ตราครุฑมาตรฐานที่ใช้ในระเบียบงานสารบรรณ 2526 มีกี่ขนาด
ก.2 ขนาด*                                                     ข.3 ขนาด
ค.4 ขนาด                                                       ง.5 ขนาด
86.การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้มายืมและขอรับหนังสือต้องเป็นข้าราชการที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการในตำแหน่งใดขึ้นไป
ก.หัวหน้าแผนก*                                            ข.หัวหน้าฝ่าย
ค.หัวหน้ากอง                                                ง.รองอธิบดี
87.การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จแล้วของกระทรวงต่างๆ ตามปกติเป็นหน้าที่ของใคร
ก.แผนกสารบรรณของแต่ละกรม
ข.แผนกเก็บกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวง
ค.ฝากเก็บที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
ง.ถูกทั้ง ก.  ข.  และ  ค.*
88.การยืมหนังสือราชการระหว่างส่วนราชการ ผู้มีอำนาจในการดำเนินการยืมจะต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการตำแหน่งระดับใดขึ้นไป
ก.หัวหน้าแผนก                                             ข.หัวหน้าฝ่าย
ค.หัวหน้ากอง*                                               ง.รองอธิบดี
89.หนังสือราชการประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป
ก.หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
ข.หนังสือเกี่ยวกับสถิติ หลักฐาน
ค.หนังสือที่ต้องใช้สำหรับการศึกษาค้นคว้า
ง.ถูกทั้ง ก.  ข.  และ  ค.*
90.การเขียนหนังสือราชการที่มีคำลงท้ายว่า “ขอแสดงความนับถือ” เป็นหนังสือที่มีไปถึงใคร
ก.อธิบดี                                            ข.ปลัดกระทรวง
ค.ข้าราชการระดับ 5                         ง.ถูกหมดทุกข้อ*

แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการงบประมาณ 2502
โดย Tum Tong B ใน เตรียมสอบนักจัดการฯ ปฏิบัติการ · แก้ไขเอกสาร
แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502

1. ผู้รักษาการตามพ.ร.บ.นี้คือใคร
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ง. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ตอบ        ง. รวมทั้งมีอำนาจออกกฎกระทรวงตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับสำนักนายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี (มาตรา 5)

2. รัฐมนตรีผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจากคลังเป็นเงินทดรองราชการตามมาตรา ๒๙ หมายถึงใคร
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ข. รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของส่วนราชการนั้น
ค. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ        ก. ตามมาตรา 4 ได้นิยามความหมายคำว่ารัฐมนตรีไว้คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

3. ข้อใดมิใช่อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณของผู้อำนวยการ
ก. วิเคราะห์การจ่ายเงินของรัฐวิสาหกิจ
ข. ลดเงินประจำงวดตามกำลังเงินของแผ่นดิน
ค. เรียกให้ส่วนราชการเสนอประมาณการรายรับและรายจ่าย
ง. เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมงบประมาณ
ตอบ        ง. อำนาจหน้าที่ในการเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมงบประมาณเป็นของรัฐมนตรี (มาตรา 21)

4. ข้อใดถูกต้อง
ก. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเสนองบประมาณประจำปีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ข. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเสนองบประมาณประจำปีต่อนายกรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนองบประมาณประจำปีต่อนายกรัฐมนตรี
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนองบประมาณประจำปีต่อคณะรัฐมนตรี
ตอบ        ข. ตามมาตรา 15

5. ข้อใดผิด
ก. พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 27 ตุลาคม 2502
ข. พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 28 ตุลาคม 2502
ค. พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 27 ตุลาคม 2502
ง. พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 28 ตุลาคม 2502
ตอบ        ง. วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือ 27 ตุลาคม 2502 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป (มาตรา 2)

6. “งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ       ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

7. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2534 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 108 ตอนที่ 168 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2534            ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2534
ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534         ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2534
ตอบ       ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534

8. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ใน พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2515                        ข. พ.ศ. 2517
ค. พ.ศ. 2534                        ง. พ.ศ. 2543
ตอบ       ข. พ.ศ. 2517

9. “งบประมาณรายจ่ายข้ามปี” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ       ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

10. “ปีงบประมาณ” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ       ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น

11. “หนี้” หมายความว่าอย่างไร
ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกระผม้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด
ข. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ        ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกระผมยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด

12. “เงินประจำงวด” หมายความว่าอย่างไร
ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกระผม้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด
ข. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ       ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

13. “ส่วนราชการ” หมายความว่าอย่างไร
ก. องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
ข. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ค. กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ แต่ไม่รวมตลอดถึงรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ       ค. กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ แต่ไม่รวมตลอดถึงรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

14. “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่าอย่างไร
ก. องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
ข. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ค. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ และ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม (ก) และ/หรือ (ข) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง. ถูกทุกข้อ

15. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2511 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 85 ตอนที่ 10 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2511                            ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2511
ค. วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2511                          ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2511
ตอบ       ค. วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2511

16. “เงินทดรองราชการ” หมายความว่าอย่างไร
ก. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ตอบ       ก. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง

17. ข้อใดต่อไปนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการ
ก. เรียกให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดตามที่ผู้อำนวยการกำหนด
ข. วิเคราะห์งบประมาณและการจ่ายเงินของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ
ค. กำหนด เพิ่ม หรือลดเงินประจำงวดตามความจำเป็นของการปฏิบัติงาน และตามกำลังเงินของแผ่นดิน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง. ถูกทุกข้อ

18. ข้อใดคือลักษณะของงบประมาณ
ก. คำแถลงประกอบงบประมาณแสดงฐานะและนโยบายการคลังและการเงิน สาระสำคัญของงบประมาณ และความสัมพันธ์ระหว่างรายรับและงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง
ข. รายรับรายจ่ายเปรียบเทียบระหว่างปีที่ล่วงมาแล้ว ปีปัจจุบันและปีที่ขอตั้งงบประมาณรายจ่าย
ค. คำอธิบายเกี่ยวกับประมาณการรายรับ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง. ถูกทุกข้อ

19. การกระผม้เงินตาม มาตรา 9 ในปีหนึ่งๆ จะสามารถกระผม้เงินได้เท่าใด
ก. ร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกระผม้
ข. ร้อยละสี่สิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกระผม้
ค. ร้อยละหกสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกระผม้
ง. ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกระผม้
ตอบ       ง. ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกระผม้
20. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 203 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 89 ตอนที่ 134 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2515                            ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2515
ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2515                          ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2515
ตอบ       ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2515

21. การออกตั๋วเงินคลัง จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ใดก่อน
ก. คณะรัฐมนตรี                                   ข. กระทรวงการคลัง
ค. ผู้อำนวยการการคลัง                      ง. ผู้อำนวยการ
ตอบ                       ก. คณะรัฐมนตรี

22. “มาตรา 10 งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ขอตั้งจะมีงบกลางแยกต่างหากจากงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจก็ได้ และจะกำหนดให้มีรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในงบกลางนั้นด้วยก็ได้” มาตรานี้ยกเลิกโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ณ พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2514                        ข. พ.ศ. 2515
ค. พ.ศ. 2516                        ง. พ.ศ. 2517
ตอบ       ข. พ.ศ. 2515

23. ข้อใดต่อไปนี้คือรายละเอียดของการจัดทำงบประมาณ
ก. ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณ มีหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนั้น
ข. ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือรัฐมนตรีซึ่งตามกฎหมายให้มีหน้าที่กำกับ หรือควบคุมกิจการของรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่รับผิดชอบในการยื่นงบประมาณประจำปีของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนั้นต่อผู้อำนวยการ ภายในเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนด
ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ       ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก

24. “มาตรา 18 รายจ่ายที่กำหนดไว้สำหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใด ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ดี พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมก็ดี จะโอนหรือนำไปใช้สำหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอื่นมิได้ เว้นแต่ข้อใด
ก. มีพระราชบัญญัติให้โอนหรือนำไปใช้ได้
ข. ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีการวมหรือโอนส่วนราชการเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ก็ตาม
ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ       ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก

25. “มาตรา 19 รายจ่ายที่กำหนดไว้ในรายการใด สำหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม พระราชบัญญัติโอนเงินงบประมาณรายจ่าย หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 18(2) จะโอนหรือนำไปใช้ในรายการอื่นมิได้” มาตรานี้ได้ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ 6) เมื่อ พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2544                        ข. พ.ศ. 2543
ค. พ.ศ. 2542                        ง. พ.ศ. 2541
ตอบ       ข. พ.ศ. 2543
26. “งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ       ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

27. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2534 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 108 ตอนที่ 168 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2534                            ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2534
ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534                         ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2534
ตอบ       ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534

28. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ใน พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2515                        ข. พ.ศ. 2517
ค. พ.ศ. 2534                        ง. พ.ศ. 2543
ตอบ       ข. พ.ศ. 2517

30. “งบประมาณรายจ่ายข้ามปี” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง
ตอบ       ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

สรุปแนวคำถามเกี่ยวกับระเบียบข้าราชการพลเรือน
โดย P Supus Sophan ใน เตรียมสอบนักจัดการฯ ปฏิบัติการ · แก้ไขเอกสาร
สรุปแนวคำถามเกี่ยวกับระเบียบข้าราชการพลเรือน

1. ขรก.พลเรือนเป็นผู้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกระทรวง ทบวง กรม ฝ่ายพลเรือนตามพระราชบัญญัตินี้

2. คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดวัน เวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี และการลาหยุดราชการของข้าราชการพลเรือน

3. ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่พัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่อง ?   เพิ่มพูนความรู้ทักษะ ?   เพิ่มพูนทัศนคติที่ดี ?   เพิ่มพูนคุณธรรมและจริยธรรม
4. ใน อ.ก.พ.จังหวัด ไม่มีทรงคุณวุฒิด้านท้องถิ่น

5. เงินเดือนเป็นระบบ (แท่ง)

7. ข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ ออกจากราชการเมื่อ ?   ตาย พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ ?   ได้รับอนุมัติจาก รมต.เจ้าสังกัดให้ลาออก ?   คณะ รมต.ที่อนุมัติให้แต่งตั้งออกจากตำแหน่งทั้งคณะ หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดออกจากตำแหน่ง

8. ข้าราชการพลเรือนเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ ไปเป็นข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษได้ แต่ข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ จะโอนกลับไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญไม่ได้

9. ระบบ P.C. เริ่มใช้ ปี 2518 (ตอนนี้เปลี่ยนเป็นระบบแท่ง เริ่มใช้ 26 มกราคม 2551)

10. จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนตามข้อบังคับของ ก.พ. ?   จรรยาบรรณต่อตนเอง (ข้อ 1-3) ?   จรรยาบรรณต่อหน่วยงาน (ข้อ 4-7) ?   จรรยาบรรณต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้ ผบช.และผู้ร่วมงาน (ข้อ 8-12) ?   จรรยาบรรณต่อประชาชนและสังคม (ข้อ 13-16)

11. มาสายกลับก่อน                 (มาตรา 92 ไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ)

12. เช้าชามเย็นชาม                  (มาตรา 83 ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดี)

13. ดื่มสุรามึนเมาในเวลาราชการ (มีความผิดฐานประพฤติชั่ว)

14. ทำ บ.ป.2 สูญหายโดยไม่จงใจ (ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ)

15. ขาดราชการติดต่อกันเกิน 15 วัน (ลงโทษไล่ออกตั้งแต่วันที่ละทิ้งหน้าที่ราชการเป็นต้นไป) 16. กรณีที่อาจสั่งพักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2538) เช่นถูกฟ้องคดีอาญา ในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และพนักงานอัยการมิได้เป็นทนายแก้ต่างให้

17. ในคำสั่งลงโทษ ต้องมี เรื่องที่กระทำผิด ฐานความผิด ระดับโทษที่จะลง และระยะเวลาที่ผู้ถูกลงโทษสามารถอุทธรณ์ได้

18. การตัดเงินเดือน ?   อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด  5 % ไม่เกิน 3 เดือน ขั้นเงินเดือน 1 ขั้น ?   สูงกว่ากอง (ปจ.)           5 % ไม่เกิน 2 เดือน ?   เทียบเท่ากอง (นอภ.)      5 % ไม่เกิน 1 เดือน

19.การสอบสวนทางวินัย ต้องแล้วเสร็จภายใน 270 วัน

20.การสอบสวนจะเสียไปทั้งหมด ถ้าการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้อง เช่นไม่มีนิติกรหรือผู้รับปริญญาทางกฎหมาย หรืออบรมหลักสูตรทางวินัยหรือมีประสบการณ์ด้านการดำเนินการวินัย

21.กรณีลาออกแล้ว ไม่มาปฏิบัติราชการติดต่อกัน 15 วันนับแต่วันลาออก โดยผู้บังคับบัญชาไม่สั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด ในเรื่องการลาออกนั้น ถือว่าไม่มีความผิด เพราะลาออกจากราชการแล้ว

22.ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด ถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ คณะรัฐมนตรีมีอำนาจเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญ

23.ผบช.มีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการ ของผู้ใต้ ผบช. เพื่อใช้ในการ ?   ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง ?   เลื่อนขั้นเงินเดือน ?   พัฒนาข้าราชการ ?   เพิ่มพูนประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ

24. วันใช้บังคับ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน คือวันที่ 30 มีนาคม 2535   (พรบ.ข้าราชการพลเรือน 2551 วันที่ 26 มกราคม 2551) 25.ข้าราชการฝ่ายพลเรือน คือผู้ซึ่งได้รับบรรจุและแต่งตั้งตามกฎหมายให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือน ในกระทรวง ทบวง กรม ฝ่ายพลเรือน

26.ก.พ.ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานบุคคลจำนวนกี่คน ตอบ ไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน โดยต้องเป็น หรือเคยเป็นข้าราชการไม่ต่ำกว่าอธิบดี หรือเทียบเท่า ถ้าต่ำกว่านี้ให้มีได้ไม่เกิน 3 คน

27. ข้อต้องห้ามของกรรมการ ก.พ. มีอะไรบ้าง ตอบ ขรก.การเมือง กก.พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

28. กรรมการ ก.พ.ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี ตอบ 2 ปี ถ้าว่างลงให้เลือกภายใน 30 วัน หากเหลือไม่ถึง 180 วัน ไม่ต้องก็ได้ (ถ้ายังมีกรรมการเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 5 คน ยังไม่ต้องเลือกก็ได้)

29. องค์ประชุมในการประชุม ก.พ.ต้องเป็นไปอย่างไร ตอบ กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

30. ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะสามารถดำเนินการประชุม ก.พ. ได้ ตอบ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

31. การตั้ง อ.ก.พ.วิสามัญเพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์ หรือการร้องทุกข์ ต้องตั้งจากกรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งและข้าราชการพลเรือน ผู้ได้รับเลือกจากข้าราชการพลเรือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด กฎ ก.พ. อย่างละกี่คน ตอบ อย่างน้อย 2 คน กับจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด

32. ผู้บังคับบัญชาข้าราชการและบริหารราชการของสำนักงาน ก.พ.คือใคร ตอบ เลขาธิการ ก.พ.

33. อ.ก.พ.สามัญ คือ ตอบ อ.ก.พ.กระทรวง ทบวง  อ.ก.พ.กรม   อ.ก.พ.จังหวัด

34. ข้าราชการพลเรือมีกี่ประเภท ตอบ  2 ประเภท ข้าราชการพลเรือนสามัญ  ข้าราชการพลเรือนในพระองค์  35. มติของ ก.พ. ในการประชุมปรึกษา เพื่อยกเว้นผู้ขาดคุณสมบัติให้เข้ารับราชการ ถือคะแนนเสียงอย่างไร ตอบ 4 ใน 5 ของกรรมการในที่ประชุม โดยลงมติด้วยวิธีลับ

36. การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ 10 ในส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวงหรือทบวง แต่อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรี หรือในสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ปฏิบัติตามข้อใด ตอบ    1.ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัด นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติ    2.ถ้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นผู้สั่งบรรจุ    3.นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

37. ใครเป็นผู้อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ 11 ตอบ คณะรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นผู้สั่งบรรจุ

38. ใครเป็นผู้อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ 10 ตอบ คณะรัฐมนตรี โดยปลัดกระทรวงเป็นผู้สั่งบรรจุ

39. ใครเป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ 7 ลงมา ตอบ อธิบดี (ระดับ 8 ก็ได้ โดยอธิบดีเสนอ ปลัดกระทรวง เห็นชอบ และอธิบดีเป็นผู้สั่งบรรจุแต่งตั้ง)

40.ข้าราชการพลเรือนสามัญที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษปลดออก ไล่ออก และถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าข้อใด ตอบ ปลดออก

41.ข้าราชการพลเรือนผู้ลงโทษปลดออก จะมีผลต่อบำเหน็จบำนาญอย่างไร ตอบ มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญเสมือนลาออก

42.การต่อเวลาให้ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ต้องออกจากราชการ เพราะเกษียณอายุทำได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เพราะขัดต่อ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน

43.ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 มีอำนาจยับยั้งการลาออกของข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้ไม่เกินกี่วัน นับแต่วันลาออก ตอบ 90 วัน

44.นายสมชายยื่นใบลาออกเพื่อลงสมัคร ส.จ. ในจังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2543 การลาของเขาจะมีผลเมื่อใด ตอบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543

45. การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ต้องกระทำภายในกี่วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ตอบ 30 วัน

46. การอุทธรณ์คำสั่งของผู้บังคับบัญชาในราชการบริหารส่วนภูมิภาคที่ต่ำกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดให้อุทธรณ์ต่อใคร ตอบ อ.ก.พ.จังหวัด

47. การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ให้อุทธรณ์ต่อ ก.พ. ภายในกี่วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ตอบ 30 วัน

48. การอุทธรณ์คำสั่งของปลัดกระทรวงต้องอุทธรณ์ต่อใคร ตอบ ก.พ.

49.การร้องทุกข์ต่อ ก.พ. ต้องกระทำภายในกี่วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ตอบ 30 วัน

50. ข้าราชการพลเรือน ปัจจุบันรับเงินเดือนตาม พ.ร.บ.เงินเดือนฉบับใด ตอบ พ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2538 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 ต.ค. 2537 (ปีงบประมาณ 2538)

51. กงช. ย่อมาจากอะไร ตอบ คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่หลัก ในการเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่ ครม. เกี่ยวกับเงินเดือน

53. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ออกจากราชการไปรับราชการทหารตามกฎหมาย กลับเข้ารับราชการใหม่ในหน่วยงานเดิม ต้องยื่นคำร้องภายในกี่วัน นับจากวันพ้นจากราชการทหาร ตอบ 180 วันนับจากวันพ้นจากราชการทหาร

54.ใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี ตอบ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เสนอรัฐมนตรีเจ้าสังกัด คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และปลัดกระทรวงสั่งบรรจุ นายกเสนอโปรดเกล้าแต่งตั้ง

55.ใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ตอบ อธิบดีเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงให้ความเห็นชอบ และอธิบดีสั่งบรรจุ

56.ข้าราชการพลเรือนสามัญ อาจได้รับบำเหน็จความชอบ เป็น ตอบ  คำชมเชย เครื่องเชิดชูเกียรติ รางวัล การได้เลื่อนขั้นเงินเดือน เป็นต้น

57. ข้าราชการพลเรือนสามัญ สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้หรือไม่ ตอบ ได้

58. อ.ก.พ.จังหวัด มีทั้งหมดกี่คน ตอบ 11 คน

59. ตำแหน่งสำหรับหัวหน้าหน่วยงานที่สูงกว่ากอง ตามกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 กำหนดให้เป็นระดับใด ตอบ ระดับ 9

60. ตามกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้ง (ย้าย) ข้าราชการในตำแหน่งใดได้บ้าง ตอบ ข้าราชการตั้งแต่ระดับ 7 ลงมา ที่มิใช่หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด

61. การรักษาการในตำแหน่ง ถือว่าเป็นการแต่งตั้ง และวิธีการใดบ้างที่ถือว่าเป็นการแต่งตั้ง ตอบ การรักษาการในตำแหน่งถือว่าไม่เป็นการแต่งตั้ง ส่วนการเลื่อนระดับ การย้าย การโอน ถือว่าเป็นการแต่งตั้ง

62. ผู้มีอำนาจในการกำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ ในส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ ตอบ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนสามัญ

63. ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทใด ได้รับทั้งเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ตอบ ประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ และประเภทผู้บริหารระดับสูง

64. ตำแหน่ง ขรก. ระดับ 10 ที่มีลักษณะบริหารไม่ควรปฏิบัติหน้าที่เดียวติดต่อกันนานเกินกว่ากี่ปี ตอบ 4 ปี

65. โทษทางวินัยในข้อใดข้างล่างนี้ ที่เรียงจากเบาไปหาหนัก ตอบ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน ปลดออก ไล่ออก 66. ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งลงโทษตัดเงินเดือนข้าราชการที่กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง ตอบ 5 % ไม่เกิน 3 เดือน 67. ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถึงแก่ความตาย เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ราชการ ผู้ที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญ คือผู้ใด ตอบ คณะรัฐมนตรี

68. ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้แก่ ตอบ นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

69.กรณีปลัดจังหวัดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง การดำเนินการสั่งลงโทษอย่างร้ายแรงอย่างใด ตอบ เสนอ อ.ก.พ.กระทรวงมีมติ แล้วให้ ปมท.สั่งลงโทษ

70.การสั่งลดโทษหรือเพิ่มโทษ เป็นลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน หรือภาคทัณฑ์ ผลของคำสั่งจะใช้บังคับเมื่อใด ตอบ นับแต่วันที่คำสั่งเดิมใช้บังคับ

71.กรณีลูกจ้างประจำในภูมิภาคถูกสอบสวนตามมาตรา 115 แล้วมีพฤติการณ์หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติราชการ ต้องดำเนินการอย่างไร ตอบ เสนอ ผวจ.มีคำสั่งให้ออก

72.การสั่งพักข้าราชการ จะสั่งพักย้อนหลัง ไปก่อนวันออกคำสั่งได้ในกรณีใด ตอบ ผู้ถูกสั่งพักถูกควบคุมในคดีอาญาก่อนออกคำสั่งพัก

73.ปลัดจังหวัดมีอำนาจสั่งลงโทษข้าราชการได้เท่าไร ตอบ ตัดเงินเดือนไม่เกิน 5 % ไม่เกิน 2 เดือน

74.ถ้าผู้มีอำนาจสั่งบรรจุได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงรวม 3 คน การประชุมเพื่อพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานใด สนับสนุนข้อกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการใด เมื่อใด อย่างไร และเป็นความผิดกรณีใด มาตราใด ต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมกี่คน ตอบ 3 คน

75.การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ จะให้ผู้อื่นอุทธรณ์แทนได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้

76.กรณีใดบ้างที่ทำให้การสอบสวนเสียไปทั้งหมด ตอบ การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้อง

77.การสอบสวนถ้าไม่เสร็จภายในกี่วัน ที่ประธานกรรมการต้องรายงานผู้สั่งแต่งตั้งเพื่อรายงาน อ.ก.พ.กระทรวงทราบ เพื่อติดตามเร่งรัดการสอบสวน ตอบ 270 วัน

78.สิทธิของผู้อุทธรณ์ มีอะไรบ้าง ตอบ    1)ขอคัดรายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน    2)ขอคัดค้านอนุกรรมการผู้พิจารณาอุทธรณ์เสร็จสิ้น    3)ขอถอนอุทธรณ์ก่อนการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เสร็จสิ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s